ดีอีเอส เผยมือโพสต์ข่าวปลอมป่วนนโยบายรัฐส่งท้ายปี 64

“นพวรรณ” โฆษกดีอีเอสฝ่ายการเมือง เผยสถานการณ์ข่าวปลอมรอบสัปดาห์สุดท้ายปี 64 พบเฟคนิวส์มุ่งบิดเบือน ปล่อยข่าวลวงเกี่ยวกับนโยบายรัฐและข่าวสารราชการติด 4 อันดับแรกคนสนใจมากสุด

นางสาวนพวรรณ หัวใจมั่น โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมฝ่ายการเมือง กล่าวว่า สรุปผลการมอนิเตอร์ และรับแจ้งข่าวปลอมประจำสัปดาห์ ระหว่างวันที่ 24-30 ธ.ค. 64 โดยศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม มีข้อความที่เข้ามาทั้งสิ้น 11,545,688 ข้อความ โดยจากการคัดกรองมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) จำนวน 202 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ 105 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นข่าวเกี่ยวกับโควิด 22 เรื่อง

ทั้งนี้ จากการประสานงานของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีข่าวที่ได้รับผลการตรวจสอบกลับมาแล้ว 58 เรื่อง พบว่าเป็นข่าวปลอมและข่าวบิดเบือน จำนวน 16 เรื่อง และพบว่าเฟคนิวส์หมวดข่าวนโยบายรัฐ และข่าวสารราชการยังมาแรงส่งท้ายปี โดยติดอยู่ใน 4 อันดับแรกของสถิติข่าวปลอม 5 อันดับที่มีคนสนใจสูงสุดประจำสัปดาห์

โดยข่าวปลอมที่มีคนสนใจสูงสุด 5 อันดับในสัปดาห์สุดท้ายของปี 64 ได้แก่ อันดับ 1 ทหารไทยทำสงครามสู้รบกับพม่า บริเวณชายแดนอำเภอแม่สอด จ.ตาก อันดับ 2 รัฐบาลให้สิทธิพิเศษศาสนาอิสลามมากกว่าศาสนาพุทธ อันดับ 3 รถโดยสาร-รถบรรทุก ที่มีค่าควันดำเกินกำหนด โทษปรับ 2 หมื่นบาท อันดับ 4 กรุงไทยส่ง SMS ให้ลงทะเบียนรับสิทธิ์ โครงการคนละครึ่ง เฟส 4 และอันดับ 5 เรื่อง สารซักฟอกในสบู่เหลว ถ้าใช้ร่วมกับสารประกอบตระกูลเอมีน จะกลายเป็นสารก่อมะเร็ง

“จำนวนเบาะแสข้อความและเรื่องที่เข้าเกณฑ์ตรวจสอบ แม้จะยังมีเข้ามาต่อเนื่อง แต่ในแง่ผลการตรวจสอบ เห็นแนวโน้มจำนวนข่าวปลอมและข่าวบิดเบือนมีสัดส่วนลดลง เมื่อเทียบกับข่าวที่ได้รับการยืนยันว่าเป็นข่าวจริง ผลการดำเนินงานของศูนย์ฯ ในส่วนนี้ถือว่าค่อนข้างประสบความสำเร็จ ในการกระตุ้นให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการแจ้งเบาะแส และเกิดการรับรู้ว่าควรตรวจสอบก่อนเชื่อ ก่อนแชร์” นางสาวนพวรรณกล่าว

ดังนั้น ขอเชิญชวนประชาชนในการทำงานร่วมกับรัฐบาล และศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม เพื่อช่วยกันแก้ปัญหาข่าวปลอม เมื่อได้รับข่าวสารข้อมูลผ่านโซเชียล ควรตรวจสอบให้รอบด้าน เลือกเชื่อ เลือกแชร์ และสามารถติดตามและแจ้งเบาะแสข่าวปลอม ได้ผ่านช่องทางต่างๆ ของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ดังนี้ ไลน์ @antifakenewscenter เว็บไซต์ https://www.antifakenewscenter.com/ ทวิตเตอร์ https://twitter.com/AFNCThailand และช่องทางโทรศัพท์โทรสายด่วน GCC 1111 ต่อ 87

Recommended Posts