ตลาดซอสปรุงรสจีนสดใส ทูตพาณิชย์จีนแนะผู้ประกอบการไทยใช้สื่อออนไลน์เจาะตลาด

ทูตพาณิชย์เมืองกวางโจว เผยการใช้ชีวิตแบบ New normal ของชาวจีนหลังจากวิกฤต COVID-19 ทำให้ยอดขายของสินค้าประเภทอาหารกึ่งสำเร็จรูป อาหารสำเร็จรูปแช่แข็ง และซอสปรุงรสสำเร็จรูปพร้อมทานพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง หากต้องการเจาะตลาดจีนแนะนำให้ผู้ประกอบการใช้แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียและแพลตฟอร์มเดลิเวอรี่เป็นเครื่องมือการตลาดที่สำคัญ

นางสาวศุภรา เสกาจารย์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองกวางโจว กล่าวว่า จากการติดตามสถานการณ์และหาโอกาสส่งเสริมผู้ประกอบการไทยในการขยายตลาดไปยังประเทศจีน ตามนโยบายของนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พบว่า ตลาดสินค้าเครื่องปรุงรสชนิดผสม โดยเฉพาะซอสปรุงรสสำเร็จรูปพร้อมทานยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องในจีน ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นซอสเนื้อปรุงรสและซอสเห็ดหอมปรุงรส โดยผู้บริโภคกลุ่มคนวัยเรียนและกลุ่มคนวัยทำงานมีแนวโน้มนิยมรับประทานซอสปรุงรสสำเร็จรูปพร้อมทานควบคู่กับข้าวเปล่าและบะหมี่มากขึ้น เพื่อความสะดวกรวดเร็ว อิ่มอร่อยและได้รสชาติ

ในปี 2563 มูลค่าตลาดสินค้าเครื่องปรุงรสในจีนสูงถึง 395,000 ล้านหยวน (ประมาณ 1,975,000 ล้านบาท) ที่น่าสนใจคือกลุ่มตลาดสินค้าเครื่องปรุงรสชนิดผสม มีอัตราการเติบโตต่อปี 15.83% มีมูลค่าตลาด 150,000 ล้านหยวน (ประมาณ 750,000 ล้านบาท) คาดการณ์ว่าจะมีมูลค่าสูงถึง 400,000 ล้านหยวน (ประมาณ 2,000,000 ล้านบาท) ในปี 2573 ซึ่งยังมีช่องว่างการเติบโตทางการตลาดได้อีกเกือบ 2.7 เท่าตัว

จากกระแสความนิยมที่ผู้บริโภคชาวจีนมีต่อซอสปรุงรสสำเร็จรูปพร้อมทานที่เพิ่มขึ้น เหล่าดาราคนดังและเน็ตไอดอลหรือ KOL (ผู้มีอิทธิพลทางความคิด) ต่างทยอยกันออกผลิตภัณฑ์ซอสปรุงรสสำเร็จรูปพร้อมทานแบรนด์ใหม่ ๆ สู่ท้องตลาดและมียอดขายถล่มทลาย ประเด็นที่น่าสนใจคือ แบรนด์สินค้าซอสปรุงรสสำเร็จรูปต่าง ๆ ในจีนนิยมเจาะตลาดออนไลน์เป็นอันดับแรก โดยการประชาสัมพันธ์ให้
แบรนด์สินค้าเป็นที่รู้จักของผู้บริโภคในวงกว้าง แล้วจึงค่อยทำการเจาะตลาดออฟไลน์
ทูตพาณิชย์ เมืองกวางโจว มองว่า โอกาสทางการตลาดของสินค้าซอสปรุงรสสำเร็จรูปพร้อมทานในจีนยังคงสดใส โดยคู่แข่งในตลาดยังไม่ได้ผูกขาดทางตลาดมากนัก อีกทั้งเทรนด์การบริโภคอาหารที่ทำจากพืช ซึ่งดีต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมกำลังกลายเป็นเทรนด์ใหม่ที่ชาวโลกให้ความสำคัญ ไม่เฉพาะกับผู้บริโภคชาวจีนเท่านั้น ดังนั้นการคิดค้นผลิตภัณฑ์อาหารที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมจึงเป็นประเด็นที่ไม่ควรมองข้าม ผู้ประกอบการไทยควรติดตามเทรนด์การบริโภคอาหารต่าง ๆ ของผู้บริโภคชาวจีนอยู่เสมอ เพื่อพัฒนาและปรับปรุงผลิตภัณฑ์ สินค้าให้ตรงและทันต่อความต้องการของผู้บริโภคชาวจีน และให้ความสำคัญกับการประชาสัมพันธ์สินค้าผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลต่าง ๆ ของจีน ไม่ว่าจะเป็น Tik Tok, Weibo, Xiaohongshu เป็นต้น อีกทั้งการร่วมเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับร้านอาหารบนแพลตฟอร์มเดลิเวอรี่อาหารของจีน จะเป็น ปัจจัยให้สามารถเจาะตลาดจีนได้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ผู้ประกอบการยังสามารถเข้ากิจกรรมของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ อาทิ งานแสดงสินค้าอาหาร THAIFEX – ANUGA ASIA ใหญ่ที่สุดในเอเชีย ซึ่งจัดในลักษณะHybrid+ เป็นการผสมผสานการจัดงานระหว่างออนไลน์และออฟไลน์ โดยกำหนดเริ่มกิจกรรมออนไลน์ในรูปแบบ Online Business Matching (OBM) และกิจกรรมเสมือนจริงที่จะมีขึ้นในวันที่ 29 ก.ย. – 3 ต.ค. 64 ได้ทาง www.thaifex-vts.com ขณะที่กิจกรรมออฟไลน์ จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 24-28 พ.ค. 2565 ณ อิมแพค เมืองทองธานี ทั้งนี้ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม รวมทั้งติดตามข้อมูลสินค้าและตลาดส่งออกเชิงลึกจากทูตพาณิชย์โดยตรงได้ที่ www.ditp.go.th


Recommended Posts