เครดิตฟองซิเอร์ เวิลด์ ชูดอกเบี้ย 3.5% สูงสุดในวงการ เร่งระดมเงินฝากประจำเพิ่ม ปักธงยอดสิ้นปีแตะ 1.2 พันล้านบาท

เครดิตฟองซิเอร์ เวิลด์ เร่งเครื่องระดมเงินฝากเพิ่มก่อนโค้งท้ายปี ตั้งเป้ากวาดยอด 1,200 ล้านบาท ชูอัตราดอกเบี้ยต่อปี 3.50% สูงที่สุดในตลาด เรียกความมั่นใจผู้สนใจฝากประจำกินดอก หลังมีการประกาศปรับลดวงเงินคุ้มครองเงินฝาก

รศ.ดร.จิรศักดิ์ จิยะจันทน์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เครดิตฟองซิเอร์ เวิลด์ จำกัด เปิดเผยว่า “ภาวะการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ทำให้พฤติกรรมการฝากเงินของประชาชนมีการเปลี่ยนไป เห็นได้จากยอดเงินฝากและจำนวนบัญชีเงินฝากในสถาบันการเงินต่างๆ ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะ ในส่วนของบริษัทฯ ในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมาสามารถระดมเงินฝากอยู่ที่ 561 ล้านบาท โดยเงินฝากส่วนใหญ่มาจากประเภทบัญชีที่มีเงินในบัญชี 1 ล้านบาท และมากกว่า 1 ล้านบาท แต่น้อยกว่า 5 ล้านบาท ซึ่งปัจจุบัน บริษัทฯ มีลูกค้าบัญชีเงินฝากประจำที่มีเงินในบัญชี 1 ล้านบาท ในสัดส่วนที่มากที่สุด คิดเป็น 72% รองลงมาคือประเภทบัญชีน้อยกว่า 5 ล้านบาท 17% และน้อยกว่า 1 ล้านบาท ที่ 9%”

“ในส่วนครึ่งปีหลังนี้ บริษัทฯ มั่นใจว่าจะสามารถระดมเงินฝากประจำเพิ่มขึ้นได้มากกว่า 600 ล้านบาท โดยคาดว่าจะมีเงินฝากในปีนี้อยู่ที่เกือบ 1,200 ล้านบาท ซึ่งเติบโตเพิ่มขึ้นจากเมื่อปีก่อน 43% โดยลูกค้าเป้าหมายหลักยังคงเป็นกลุ่มเบบี้บูมเมอร์และเจนเอ็กซ์ที่มีความนิยมออมเงินในระยะยาวเพื่อผลตอบแทนในอัตราดอกเบี้ยที่สูง ที่ผ่านมา เครดิตฟองซิเอร์ เวิลด์ ได้เสนออัตราดอกเบี้ยต่อปีสูงที่สุดในทุกสถาบันการเงินมาโดยตลอด โดยในปีนี้ บริษัทฯ ได้ให้ดอกเบี้ยสูงสุดอยู่ที่ 3.50% สำหรับบัญชีฝากประจำนาน 5 ปี วงเงิน 3 ล้านบาทขึ้นไป”

จากกรณีที่สถาบันคุ้มครองเงินฝากได้ประกาศปรับลดวงเงินคุ้มครองลงมาที่ 1 ล้านบาท ดร.อภิชาติ สระมูล ประธานกรรมการบริษัท บริษัท เครดิตฟองซิเอร์ เวิลด์ จำกัด ได้กล่าวว่า “ปัจจุบัน ยังมีผู้ฝากเงินบางส่วนที่ยังมีความเข้าใจคลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง ทางบริษัทฯ อยากจะขอให้ความมั่นใจกับลูกค้าและประชาชนทั่วไปว่าสำหรับผู้ฝากเงินที่มีเงินฝากเกิน 1 ล้านบาทต่อสถาบันการเงิน เงินฝากส่วนที่เกิน 1 ล้านบาทนั้นจะไม่สูญหายและยังได้รับคืนแน่นอน ภายหลังสถาบันการเงินชำระบัญชีเสร็จสิ้นตามลำดับการชำระคืนเจ้าหนี้ตามกฎหมายแล้ว รวมถึงสถาบันคุ้มครองเงินฝากทำหน้าที่คุ้มครองเงินฝากให้แก่ผู้ฝากเงินโดยจ่ายคืนให้แก่ผู้ฝากโดยเร็ว”

“การลดวงเงินคุ้มครองเงินฝากนั้นไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่อยู่ในแผนเดิมของสถาบันคุ้มครองเงินฝาก ซึ่งได้มีการประกาศลดวงเงินคุ้มครองเป็นขั้นบันไดมาตั้งแต่ปี 2551 แล้ว เพื่อให้ประชาชนคุ้นเคยและค่อยๆ ปรับตัวได้อย่างเหมาะสม โดยแรกเริ่มในปี 2551 มีการคุ้มครองเต็มจำนวนเงินฝาก และปรับลดลงมาอย่างต่อเนื่อง จนล่าสุดปรับเป็นไม่เกิน 1 ล้านบาท ณ 11 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งเดิมที่ทางสถานบันคุ้มครองเงินฝากเคยกำหนดจะปรับลดเหลือ 1 ล้านบาทมาแล้ว ตั้งแต่ปี 2555 แต่ขยายเวลาออกมา เนื่องจากความผันผวนของตลาดเงินทั้งในและต่างประเทศ และกฎหมายไม่ได้มีการกำหนดวงเงินคุ้มครองต่ำกว่า 1 ล้านบาทแล้ว”

“อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ขอย้ำว่าโอกาสที่สถาบันการเงินในประเทศไทยในเวลานี้จะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ โควิด-19 จนต้องปิดตัวนั้นเป็นไปได้ยากมากๆ ซึ่งดูได้จากอัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (BIS Ratio) ของแต่ละสถาบันการเงิน ตามค่ามาตรฐานที่ธนาคารแห่งประเทศไทย เดิมจะต้องมีค่าเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 11% แต่ปัจจุบันค่าเฉลี่ย อยู่ที่ 20.04% ซึ่งถือว่ามีมาตรฐานสูงมาก รวมถึงอัตราส่วนสินทรัพย์สภาพคล่องเพื่อรองรับกระแสเงินสดที่อาจไหลออกในภาวะวิกฤต (LCR) ที่ปกติต้องมีสภาพคล่องของเงินสดในแต่ละสถาบันฯ ตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทย กำหนดอยู่ที่ 100% แต่ปัจจุบันทุกสถาบันฯ มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 186.54% และยังสูงกว่าประเทศอื่นในภูมิภาคนี้ จึงเป็นสิ่งที่การันตีได้ว่าภาพรวมของสถาบันการเงินในประเทศไทยมีความแข็งแกร่ง และมั่นคงทางศักยภาพสูงอยู่ในขณะนี้” ดร.อภิชาติ กล่าวต่อ

“นอกจากนี้ การปรับลดวงเงินคุ้มครองในช่วงโควิด-19 นี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อผู้ฝากเงินส่วนใหญ่ เพราะ 98% ของผู้ฝากเงินทั้งระบบหรือกว่า 82 ล้านรายในปัจจุบันเป็นเจ้าของบัญชีที่มีเงินฝากไม่เกิน 1 ล้านบาท ซึ่งจะได้รับการคุ้มครองเต็มจำนวน ซึ่งหากเทียบกับประเทศอื่นในภูมิภาคนี้จะพบว่าไม่มีหน่วยงานคุ้มครองเงินฝากปรับเพิ่มวงเงินคุ้มครองในช่วงโควิด-19”

“ในส่วนของเครดิตฟองซิเอร์ เวิลด์ ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของธนาคารแห่งประเทศไทย และพระราชบัญญัติคุ้มครองเงินฝาก ซึ่งดำเนินธุรกิจ “เครดิตฟองซิเอร์” มานานกว่า 43 ปี บริษัทฯ ยังมีฐานะทางการเงินที่มั่นคง และตลอดช่วงโควิด-19 หรือภายหลังการประกาศลดวงเงินคุ้มครอง ก็ยังมีผู้ให้ความมั่นใจมาฝากเงินกับบริษัทฯ เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งในส่วนของลูกค้าที่มีบัญชีเงินฝากวงเงินสูงกว่า 1 ล้านบาท ตั้งแต่บัญชีน้อยกว่า 5 ล้านบาท น้อยกว่า 10 ล้านบาท น้อยกว่า 25 ล้านบาท และมากกว่า 25 ล้านบาทก็ไม่ปรากฏว่ามีการขอปิดบัญชีก่อนครบกำหนด ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นว่าเครดิตฟองซิเอร์ เวิลด์ได้รับความไว้วางใจอย่างมากจากลูกค้า ซึ่งบริษัทฯ รู้สึกขอบคุณลูกค้าทุกคนเป็นอย่างมาก” ดร.อภิชาติ ทิ้งท้าย

สำหรับลูกค้าผู้สนใจบริการด้านการออมเงิน ในรูป “ใบรับฝากเงิน (Deposit Receipt)” และบริการด้านสินเชื่อ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ https://world-credit-foncier.myshopify.com หรือโทรศัพท์ 02 678 3900

Recommended Posts