TQM เปิดงบ Q3/64 กำไรพุ่งเป็นประวัติการณ์กว่า 241 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 42% บอร์ดอนุมัติขอผู้ถือหุ้นแตกพาร์เพิ่มสภาพคล่องในตลาด

บมจ. ทีคิวเอ็ม คอร์ปอเรชั่น เผยผลประกอบการไตรมาส 3/64 กำไรสุทธิ 241.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 42.4 % เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน และขยายตัวเพิ่มขึ้น 9.5 % จากไตรมาสที่แล้ว โดย ไตรมาสนี้มีรายได้รวม 851.9 ล้านบาท บริษัท ฯ ยังคงสร้างผลประกอบการที่ดีได้ยอดขายโตตามเป้าในทุกช่องทาง ด้านบอร์ดมีมติขอผู้ถือหุ้นแตกพาร์หุ้น TQM เพื่อเสริมสภาพคล่องในตลาดให้มากขึ้น เหลือ 0.50 บาท จากเดิม 1 บาท เพิ่มมูลค่าหุ้นจาก 300 ล้านหุ้น เป็น 600 ล้านหุ้น พร้อมเดินหน้าลงทุนในธุรกิจใหม่ ในนาม บริษัท ทีคิวซี จำกัด หรือ ‘TQC’ ให้บริการบริหารสินไหมประกันสุขภาพ ประกันอุบัติเหตุ แก่บริษัทประกันภัยและประกันชีวิต เพิ่มศักยภาพการให้บริการลูกค้าอย่างครบวงจร นอกจากนี้การร่วมทุนในธุรกิจของ บริษัท ทรู ไลฟ์ โบรกเกอร์ จำกัด , บริษัท ทรู เอ็กซ์ตร้า โบรกเกอร์ จำกัด และการเข้าถือหุ้นใน บริษัท บลูบิค กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) จะเข้ามาช่วยส่งเสริมรายได้ของกลุ่มบริษัท ฯ ให้ผลงานเติบโตสูงสุดต่อเนื่องถึงไตรมาส 4

ดร.อัญชลิน พรรณนิภา ประธาน บริษัท ทีคิวเอ็ม คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TQM เปิดเผยภาพรวมผลการดำเนินงานไตรมาส 3 ปี 2564 ว่า บริษัท ฯ มีกำไรสุทธิ 241.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 42.4% เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน จากการเพิ่มขึ้นของยอดขายทุกช่องทาง และการบริหารและควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ และจากการควบรวมกิจการที่ได้ลงทุนในไตรมาสนี้ โดยมีรายได้รวม 851.9 ล้านบาท บริษัท ฯ สร้างผลประกอบการได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์นับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัท โดยยอดขายประกันภัยเติบโตได้ตามเป้าที่ตั้งไว้ในทุกช่องทางขาย โดยช่องทางหลักยังเป็น Tele-Sales และช่องทางออนไลน์ จากฐานลูกค้าเดิมของบริษัทฯ ที่มีอยู่กว่า 2 ล้านราย และขณะเดียวกันลูกค้าใหม่ทางช่องทางออนไลน์ก็ยังคงเติบโตตามไลฟ์สไตล์ในวิถี Next Normal  

ขณะเดียวกัน บริษัท ฯ ยังสามารถบริหารจัดการต้นทุนและควบคุมค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยต้นทุนและค่าใช้จ่ายการให้บริการคิดเป็น 44.2% ของรายได้รวม เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 49.1% ของรายได้รวม ส่งผลให้บริษัท ฯ สามารถรักษาอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ไว้ได้ในระดับสูงที่ 51.1% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อนซึ่งอยู่ที่ 49.9% ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารอยู่ที่ 190.2 ล้านบาท คิดเป็น 22.3 % ของรายได้รวม

ดร.อัญชลิน กล่าวเพิ่มเติมว่า ในที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท (บอร์ด) เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2564 ได้มีมติเห็นชอบให้เปลี่ยนแปลงมูลค่าหุ้นที่ตราไว้ของหุ้น (พาร์) จากเดิมหุ้นละ 1 บาท เป็นมูลค่าหุ้นละ 0.50 บาท ส่งผลให้หุ้นเพิ่มเป็น 600,000,000 หุ้น จากเดิม 300,000,000 หุ้น เพื่อให้บริษัทสามารถเพิ่มการกระจายการถือหุ้นบริษัทไปยังผู้ลงทุนได้กว้างขวางขึ้น และทำให้หุ้นของบริษัทมีสภาพคล่องในตลาดมากขึ้น โดยสัดส่วนการถือหุ้นของผู้ถือหุ้นเดิมทุกรายจะไม่เปลี่ยนแปลง

นอกจากนี้ บอร์ดยังได้อนุมัติให้บริษัท ฯ มีการลงทุนในธุรกิจใหม่ภายใต้ชื่อ บริษัท ทีคิวซี จำกัด หรือ TQC ซึ่งเป็นธุรกิจที่ให้บริการบริหารสินไหมประกันสุขภาพ ประกันอุบัติเหตุ และให้คำปรึกษาวินิจฉัยการเรียกร้องสินไหมของลูกค้าแก่บริษัทประกันภัยและบริษัทประกันชีวิต อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มศักยภาพการให้บริการแก่ลูกค้าอย่างครบวงจร นับเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่จะเข้ามาส่งเสริมรายได้ให้แก่กลุ่มบริษัท ฯ ให้สามารถสร้างยอดขายได้ตามเป้าที่วางไว้ 

สำหรับในช่วงครึ่งปีหลัง 2564 บริษัท ฯ ได้เดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการประกันภัยออนไลน์อย่างเต็มรูปแบบ เพื่อสนองความต้องการของผู้บริโภคในทุกไลฟ์สไตล์ ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย ด้วยผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่หลากหลายทั้งด้านความคุ้มครอง และราคาที่จับต้องได้ในสถานการณ์ที่ต้องรัดกุมค่าใช้จ่าย                         แต่สามารถให้ลูกค้ายังคงมีประกันภัยไว้คอยบริหารจัดการความเสี่ยงภัยในชีวิต ดร.อัญชลิน กล่าว

Recommended Posts